ข่าว ศิลป วัฒนธรรม (ประวัติ ความเป็นมา)




หลายๆคน อาจจะเพิ่งมีโอกาสได้ทำความรู้จักกับคำว่า "นาฎศิลป์" วันนี้เรามาลองเรียนรู้กับความหมายของคำว่า "นาฏศิลป์" กันก่อนนะคะ



ความหมายของ นาฏศิลป์





  • นาฎ หมายถึง การแสดงประกอบ ดนตรี เช่น ฟ้อน รำ ระบำโขนหรือความรู้แบบแผน





  • ศิลป์ หมายถึง ศิลปะ





 



 



นาฏศิลป์ จึงหมายถึง ศิลปะแห่งการฟ้อนรำ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ ความเชื่อ นิสัยใจคอของคนในท้องถิ่นนั้น ๆ หรือเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นด้วยความประณีต งดงาม เพื่อให้ความบันเทิง อันโน้มน้าวอารมณ์และความรู้สึกของผู้ชมให้คล้อยตามโดยอาศัยการบรรเลงดนตรีและการขับร้องเข้าร่วมด้วย



 



ที่มาของนาฏศิลป์ 



 



สันนิษฐานว่านาฏศิลป์ไทยมีกำเนิดมาพร้อม ๆ กับชนชาติไทย ที่เป็นเช่นนี้เพราะนาฏศิลป์ไทยเป็นส่วนหนึ่งที่บ่งบอกถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่  การแต่งกาย  คติ และความเชื่อของคนไทยในอดีตจนถึงปัจจุบัน  ทั้งนี้อาจสรุปได้ว่า นาฏศิลป์ไทยน่าจะมีที่มาจาก  4  แหล่ง  ดังนี้





  • จากการเลียนแบบธรรมชาติ





กิริยาท่าทางตามธรรมชาติของมนุษย์จะบ่งบอกความหมาย และสื่อความหมายกับผู้อื่นได้ควบคู่ไปกับการพูด  ในการฟ้อนรำจะช่วยให้ท่ารำสื่อความหมายกับผู้ชมเช่นเดียวกัน 



จะเห็นได้ว่าการแสดงบางชุดจะไม่มีเนื้อร้อง แต่มีทำนองเพลงเพียงอย่างเดียว  นักแสดงก็จะฟ้อนรำไปตามทำนองเพลงนั้น ๆ ด้วยลีล่าท่ารำต่าง ๆ ลีลาท่ารำเหล่านี้ก็เป็นท่าทางธรรมชาติที่ใช้สื่อความหมาย  ด้วยเหตุผลที่ว่าต้องการให้ผู้ชมเข้าใจความหมายในการรำ  และใช้ท่ารำในการดำเนินเรื่องด้วย 



ถึงแม้ว่าท่ารำส่วนใหญ่จะมีลีลาที่วิจิตรสวยงาม กว่าท่าทางธรรมชาติไปบ้างแต่ก็ยังคงใช้ท่าทางธรรมชาติเป็นพื้นฐานในการประดิษฐ์ท่ารำ  และเลือกใช้ได้เหมาะสมบ่งบอกความหมายได้ถูกต้อง  เช่น  หากต้องการบ่งบอกถึงบุคคลอื่นก็จะชี้ไป เป็นต้น  ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่าท่ารำเกิดจากการเลียนแบบท่าทางธรรมชาติ





  • การละเล่นของชาวบ้านในท้องถิ่น





 



หลังจากเสร็จสิ้นจากภารกิจ   ในแต่ละวันชาวบ้านก็หาเวลาว่างมาร่วมกัน   ร้องรำ  ทำเพลง  โดยมีการนำเอาดนตรีมาประกอบด้วย   และตามนิสัยของคนไทยที่เป็นคนเจ้าบทเจ้ากลอนชอบร้องเพลงโต้ตอบระหว่างชายกับหญิงจนเกิดเป็นพ่อเพลง แม่เพลงขึ้นโดยจะมีลูกคู่   คอยร้องรับกันเป็นที่ สนุกสนานครื้นเครงทั้งนี้อาจจะเป็นกุศโลบายอย่างหนึ่ง  เพื่อให้ลืมความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานในแต่ละวัน





  • การแสดงที่เป็นแบบแผนสืบทอดต่อกันมา





 



เป็นที่ทราบกันดีว่า นาฏศิลป์ไทยที่เป็นมาตรฐานจะได้รับการปลูกฝัง  และถ่ายทอดมาจากปรมาจารย์ทางนาฏศิลป์ไทยในวังหลวง  ที่ฝึกให้แก่ผู้หญิงและผู้ชายที่อยู่ในวังเป็นนักแสดงโขน และละคร เพื่อใช้การแสดงในโอกาสต่าง ๆ และจากการที่นาฏศิลป์ไทยบางส่วนได้รับการถ่ายทอดมาจากวังหลวงนี้เอง ทำให้ทราบว่านาฏศิลป์ไทยมีที่มาตั้งแต่สมัยสุโขทัยเป็นราชธานี  เพราะได้มีการจารึกไว้ในหลักศิลาจารึกหลักที่  8 ว่า “ ระบำ  รำ  เต้น  เล่น  ทุกฉัน” ซึ่งศิลปะการฟ้อนรำก็ได้รับการสืบทอดต่อเนื่องกันเรื่อยมา  จนถึงสมัยรัตนโกสินทร์จึงได้มีการนำศิลปะการฟ้อนรำที่เป็นแบบแผนมาสู่ระบบการศึกษา  ซึ่งบรรจุอยู่ในหลักสูตรของโรงเรียนนาฏศิลป์หรือวิทยาลัยนาฏศิลปในปัจจุบัน





  • ได้รับอารยธรรมจากอินเดีย





 



ประเทศอินเดียเป็นประเทศหนึ่งที่มีอารยธรรมเก่าแก่และ เจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่โบราณกาล  โดยเฉพาะการละครในอินเดียรุ่งเรืองมาก  ประกอบกับชนชาติอินเดียนับถือ และเชื่อมั่นในศาสนา พระผู้เป็นเจ้า  ตลอดจนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ พระผู้เป็นเจ้าที่ชาวอินเดีย  ได้แก่  พระศิวะ(พระอิศวร) พระวิษณุ และพระพรหม ในบางยุคของชาวอินเดียถือว่าพระอิศวรเป็นเทพเจ้าที่มีผู้เคารพนับถือมาก  ยุคนี้ถือว่าพระอิศวรทรงเป็นนาฏราช (ราชาแห่งการร่ายรำ) มีประวัติทั้งในสวรรค์และในเมืองมนุษย์ในการร่ายรำของพระอิศวรแต่ละครั้งพระองค์ทรงให้พระภรตฤาษีเป็นผู้บันทึกท่ารำ  แล้วนำมาสั่งสอนแก่เหล่ามนุษย์จนเป็นที่มาของตำนานการฟ้อนรำ ซึ่งการเรียนนาฏศิลป์ไทยผู้เรียนทุกคนจะต้องเข้าพิธีไหว้ครูโขน-ละครก่อน ได้แก่  พระอิศวร พระนารายณ์  พระพรหม  พระพิฆเนศวร  พระพิราพ และพระภรตฤาษี



ความสำคัญของนาฏศิลป์



 





  • นาฏศิลป์แสดงถึงความเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติ แสดงถึงอารยประเทศ ความเจริญรุ่งเรืองของประเทศไทย ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน วิถีชีวิตความเป็นอยู่ ประวัติศาสตร์ ภูมิปัญญาไทย จารีต ประเพณี และ วัฒนธรรมของประเทศไทย ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจของคนไทยตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน และถือว่าเป็นมรดกที่สาคัญของชาติ จึงควรแก่การอนุรักษ์ และสืบทอดต่อไป





  • นาฏศิลป์เป็นแหล่งรวมของศิลปะแขนงต่างๆ เช่น การประพันธ์วรรณคดีต่างๆ สถาปัตยกรรม (ในการสร้างสถานที่ประกอบฉาก) ประติมากรรม (ศิลปะการทำอุปกรณ์การแสดงต่างๆ) จิตรกรรม (ศิลปะในการออกแบบเครื่องแต่งกาย) ดุริยางค์ศิลป์ (ศิลปะในการขับร้องบรรเลงดนตรี)





  • นาฏศิลป์ช่วยพัฒนาบุคลิกภาพของผู้แสดงให้ ผู้แสดงมีความกล้าแสดงออก และมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น ทำให้มีท่าทางการเคลื่อนไหวที่ดูสง่างาม ทำให้ความจำและปฏิภาณดี และหากได้ความรู้นาฏศิลป์จนเกิดความชำนาญ ก็จะสามารถปฏิบัติได้ดีมีชื่อเสียง หรือยึดเป็นอาชีพต่อไปได้ 





  • นาฏศิลป์ทำให้เกิดความสามัคคีกันในหมู่คณะ นาฏศิลป์ทำให้ผู้แสดงมีความสามัคคีกัน เพราะผู้แสดงต้องร่วมกันแสดงท่ารำทางนาฏศิลป์ เพื่อให้การแสดงนาฏศิลป์นั้นออกมาเรียบร้อยและงดงาม






ชมแล้ว [ 30 ] 11 มิ.ย. 69 13:58 โดย am_chana


กลับหน้าบทความ